Site Loader
Get a Quote
Rock Street, San Francisco
Rock Street, San Francisco

UFABETWINS “เราเชื่อมั่นและเคารพ FFP เสมอ ถ้าคุณพิจารณาดี ๆ เราเซ็นสัญญา 4 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในตลาดรอบนี้แบบฟรี ๆ ทั้งสิ้น”

ไขข้อข้องใจกฎการเงิน : ทำไม เปแอสเช รอดสบาย แต่ บาร์ซ่า โดนเต็ม ๆ

“เราเชื่อมั่นและเคารพ FFP เสมอ ถ้าคุณพิจารณาดี ๆ เราเซ็นสัญญา 4 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในตลาดรอบนี้แบบฟรี ๆ ทั้งสิ้น” นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กล่าวหลังเปแอสเชสร้างประวัติศาสตร์ คว้า ลิโอเนล เมสซี่ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 6 สมัยมาร่วมทีม

การคว้า เมสซี่ คือดีลที่ทำให้ใครหลายคนเกิดความสงสัยในกฎ FFP หรือ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ตั้งขึ้นมา เพื่อไม่ต้องการให้สโมสรในยุโรปใช้เงินกับการซื้อและจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะมากกว่ารายได้ของสโมสร ว่าแท้จริงแล้วจริงจังแค่ไหน หรือมีไว้เพื่อเขียนเสือให้วัวกลัวเฉย ๆ

ถ้ากฎนี้ยังมีและศักดิ์สิทธิ์อยู่ เหตุใด เปแอสเช จึงเสริมทัพแบบไม่สนรายรับรายจ่ายเหมือนกับพวกเขากำลังเล่นเกมอยู่ได้ขนาดนี้ ? ทั้ง ๆ ที่น่าจะผิด แต่ทำไมพวกเขาจึงไม่โดนลงโทษอะไร ?

 

แท้จริงแล้ว เปแอสเช ผิดกฎ FFP จริงหรือไม่ ? ถ้าใช่ … ทำไมพวกเขากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ? ติดตามได้ที่ Main Stand

FFP มีจริง แต่เคยทำอะไรได้ไหม ? 

FFP คือกฎการเงินที่ ยูฟ่า เริ่มบังคับใช้ในปี 2009 เป้าหมายของกฎนี้คือต้องการทำให้ทุก ๆ สโมสรไม่ใช้จ่ายเกินตัว เพื่อที่จะไม่เป็นปัญหาในภายหลัง เช่นปัญหาการฟ้องร้องของนักเตะ หรือแม้กระทั่งการล้มละลายของสโมสร ที่หากปล่อยให้เกิดขึ้นแล้ว มันจะกลายเป็นโดมิโน่เอฟเฟ็กต์ที่ส่งผลต่อกัน

 

อธิบายอย่างเข้าใจง่าย ๆ คือทุกสโมสรจะต้องใช้จ่ายเงินในการซื้อและจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะต่อ 1 ปี ให้ไม่เกินกับรายได้ที่สโมสรหาเข้ามา เพราะการปล่อยให้สโมสร 1 สโมสรล้มละลายจะส่งผลตามมา สมมติทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ หรือ ลิเวอร์พูล เกิดล้มละลายขึ้นมา ลีกอังกฤษก็จะลดความเข้มข้นและความน่าสนใจลงไป เท่านั้นยังไม่พอ ความเข้มข้นของการแข่งขันก็จะน้อยลง คุณภาพของเกมต่ำลง ทำให้คนดูบางกลุ่มหายไป ซึ่งที่สุดแล้วจะส่งผลกับรายได้รวมของทุก ๆ ทีมในลีก อะไรประมาณนั้น

 

หาเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น … ต่อให้เจ้าของสโมสรจะมีเงินมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถอัดฉีดเงินส่วนตัวเข้ามาในระบบของสโมสรได้ คือแนวคิดของ ยูฟ่า ทว่าในความเป็นจริงมันก็ยังมีเรื่องวุ่นวายตามมาอยู่ดี และไม่สามารถสรุปได้เลยว่ากฎ FFP นั้นเวิร์กจริง ๆ

ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2011 ที่ เชลซี แถลงผลประกอบการของสโมสร และบอกว่าพวกเขาขาดทุน 70 ล้านปอนด์ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทีมสิงห์บลูส์กลับเปิดตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส จาก ลิเวอร์พูล ด้วยราคา 50 ล้านปอนด์ … ถ้าว่ากันตามกฎคือผิดแน่นอน แต่สุดท้ายเมื่อมีการเจรจาและอธิบาย รายรับ-รายจ่าย จาก เชลซี ยูฟ่า ก็ทำได้แค่ตักเตือนว่า “ครั้งหน้าอย่าทำ” แค่นั้น

 

และในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็โดนแฮ็กเกอร์มือดีเอาข้อมูลเรื่องการใช้เงินของพวกเขามาเปิดโปง เรื่องก็คือ แมนฯ ซิตี้ ถูกจับได้ว่าเจ้าของสโมสรของพวกเขาใช้เงินตัวเองอัดฉีดเข้าไปในระบบ เงินก้อนนั้นเข้ามาในรูปแบบของสปอนเซอร์สัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บ้านเดียวกับเจ้าของทีม แถมยังแจ้งมูลค่าของรายได้สปอนเซอร์เจ้าดังกล่าวเกินจริง โดยระบุว่า สปอนเซอร์จ่ายส่วนหนึ่ง ที่เหลือเจ้าของทีมรับผิดชอบเอง พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขาย้ายเงินของตัวเองจากกระเป๋าซ้าย ไปไว้กระเป๋าขวา ซึ่งนั่นถือเป็นการจงใจทำผิดกฎอย่างชัดเจน

สิ่งที่ ยูฟ่า ทำกับ แมนฯ ซิตี้ ในตอนแรกคือการจะสั่งแบนไม่ให้เข้าแข่งขันในฟุตบอลยุโรป 2 ปี และปรับเงิน 30 ล้านยูโร ทว่าสุดท้ายพวกเขารอดโทษแบน และต้องจ่ายค่าปรับเพียง 10 ล้านยูโรเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลักฐานที่นำมาเปิดเผยได้มาอย่างไม่ถูกต้อง

 

ไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้งที่กฎ FFP ไม่ได้ทำโทษสโมสรซึ่งทำผิดกฎตามที่พวกเขากล่าวอ้าง ในช่วงปี 2011 ถึง 2013 แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, ลิเวอร์พูล, เอซี มิลาน, มาลาก้า, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมเหล่านี้โดนสอบสวนมาแล้วทั้งนั้น แต่สุดท้ายยูฟ่าก็ทำได้แค่เพียงสั่งปรับ หนักสุดคือตัดโควต้าส่งชื่อนักเตะในการแข่งขันรายการฟุตบอลยุโรป โดยอ้างว่าต้องให้เวลาสโมสรเหล่านี้ ปรับพฤติกรรมการใช้เงินของสโมสร จะมีบทลงโทษแบบจั๋ง ๆ ก็ตอนแบน เอซี มิลาน จากการเล่นฟุตบอล ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2019-20 เท่านั้น

คลิกเลย >>> UFABETWINS
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล

 

Post Author: admins